“ปีนผาจำลอง” ออกกำลังกายเทรนด์ใหม่ ฟิตได้ทุกสัดส่วน

ลองจินตนาการขณะที่คุณกำลังยึดตัวอยู่บนหน้าผา กล้ามเนื้อสะโพกและลำตัวแข็งตึงเพื่อรองรับร่างกายส่วนร่าง คุณเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เหยียดแขนข้างหนึ่งไปข้างหน้าเพื่อเหนี่ยวตัวไปยังหิน (หรือหินจำลอง) สเต็ปต่อไป ต้นขาและน่องร้อนผ่าว เพราะต้องทำหน้าที่ยึดเกาะและสร้างความสมดุล มือไปจนถึงปลายนิ้วช่วยในการยึดเกาะและดึงตัวเองขึ้นไป คุณคงนึกออกว่า คุณได้ใช้กล้ามเนื้อของร่างกายทุกส่วนในการปีนผา

คุณคงรู้ว่าการออกกำลังกายคือการใช้กล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะกล้ามเนื้อหัวใจ ต้นแขน หรือต้นขา เมื่อผ่านการฝึกฝนบ่อยๆ กล้ามเนื้อของคุณก็จะแข็งแรง ซึ่งในบรรดากิจกรรมการออกกำลังกายนั้น มีไม่กี่อย่างที่เทียบได้กับการปีนผา

Jiří Baláš นักวิจัย และวิทยากรจากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ จากกรุงปราก ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับการปีนเขากล่าวว่า “การปีนผาทั้ง 2 แบบ คือทั้ง Climbing (ปีนผาสูง) และ Bouldering (ปีนระยะทางสั้น) เป็นการใช้กล้ามเนื้อเกือบทั้งร่างกาย ขณะที่กีฬาชนิดอื่นอย่างปั่นจักรยาน พายเรือ หรือออกกำลังกายในยิม เป็นการฝึกเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อในจุดเดิมซ้ำๆ แต่การปีนผามีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนกว่า”

อันที่จริงแล้วการปีนผามีการเคลื่อนไหวที่หลากหลายไม่สิ้นสุด เนื่องจากเส้นทาง หรือ Route ของแต่ละผาไม่มีที่ใดเหมือนกันเลย คุณจึงได้ฝึกกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทุกส่วนอย่างครบถ้วนทุกครั้งที่ปีน การวิจัยยังบอกด้วยว่า วิธีนี้ถือเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อแบบไดนามิก ซึ่งท้าทายและยากกว่าการใช้กล้ามเนื้อแบบซ้ำๆ เสียอีก

William Sheel ศาสตราจารย์ด้านกายภาพ (Kinesiology) จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในแคนาดา กล่าวว่า นอกจากจะเป็นการออกกำลังการด้วยการดึง ยก และดันตัวแล้ว การปีนผายังเป็นการช่วยเรื่องระบบไหลเวียนหรือคาร์ดิโอได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย สังเกตได้จากที่เราทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย นักปีนผามีอัตราการตอบสนองของเต้นหัวใจดีกว่าที่เราคาดไว้” โดยศาสตราจารย์ Sheel กล่าวว่า “ยิ่งปีนผาในระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ อัตราการเต้นของหัวใจก็ยิ่งสูงเท่านั้น”

และเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ คุณจะยิ่งเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า แม้คนที่มีน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม และระดับความสามารถในการไต่ผาอยู่ที่ในระดับต่ำ ก็ยังสามารถเผาผลาญแคลอรีระหว่างที่ปีนได้มากถึง 8 – 10 แคลอรีต่อนาทีทีเดียว ซึ่ง Baláš กล่าวว่า “หากอ้างอิงจากการวิจัยแล้ว การเผาผลาญระดับนี้มากพอๆ กับการออกกำลังการคาร์ดิโอหนักๆ ได้เลย” ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากความรู้สึกตื่นเต้นจากการอยู่บนที่สูง ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ การปีนผายังมีประโยชน์ในการสร้างความสมดุลระหว่างการประสานงานของระบบประสาท และสมองด้วย ซึ่งนั่นหมายถึง นอกจากเพิ่มพลังร่างกายแล้ว การปีนผายังช่วยทำให้สมองของคุณทำงานดีขึ้น ซึ่งอาจพัฒนาไปถึงจดจำและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกต่างหาก

นอกจากการใช้กล้ามเนื้อแบบไดนามิก และการทำงานประสานกันของส่วนต่างๆ ในร่างกายแล้ว ยังมีงานวิจัยบางชิ้นกล่าวด้วยว่า การได้ปีนผา Bouldering (ปีนระยะทางสั้น) ต่อเนื่องประมาณ 8 สัปดาห์ สามารถลดความรุนแรงของภาวะซึมเศร้าลงได้

ใครที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ ว่าตัวเองจะสามารถปีนผาได้หรือไม่ คำตอบคือ ใครๆ ก็เริ่มต้นปีนผาได้ เพราะไม่ว่าจะผาธรรมชาติ หรือผาจำลองก็ล้วนหาได้ไม่ยาก ยิ่งผาจำลองก็ยิ่งสะดวก มีระดับความยากให้เลือกหลากหลาย แถมยังมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้ครบครัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการปีนผา หรือถ้าคุณเป็นคนกลัวความสูงก็ควรเลือกระดับความสูงที่เหมาะสม แต่รับรองได้เลยว่า คุณจะได้สัมผัสความท้าทาย ไปพร้อมกับร่างกายที่แข็งแกร่ง เพียงปีนผาแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นเอง

สนุกดอทคอม