ไขปริศนา’แอลพีจีเอ’พาเงิบ กับการคำนวณอันดับโลก ‘โค-โปรเม’

กลายเป็นมหกรรม “เงิบ” ระดับโลกชนิดถ้วนหน้า เมื่อสื่อทั้งไทยและเทศ รวมถึงแฟนกอล์ฟทั่วโลก ต่างเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงในอันดับโลกนักกอล์ฟหญิง กับการขึ้นบัลลังก์มือ 1 ของโลกของ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งจะแทนที่ ลิเดีย โค มือ 1 สาวชาวนิวซีแลนด์ที่ยึดครองมือ1 มานานกว่า 1 ปี 8 เดือน

กระทั่งถึงเวลาประกาศผลการจัดอันดับจริงโดย โรเล็กซ์ วีเมนส์ เวิลด์ กอล์ฟ แรงกิ้งส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เกิดความสับสนงงงัน เพราะโคยังคงครองมือ 1 ของโลกต่อไปเป็นสัปดาห์ที่ 85 ขณะที่โปรเมยังเป็นอันดับ 2 แต่ระยะห่างคะแนนเฉลี่ยของทั้งคู่ต่างกันเพียง 0.01 คะแนนเท่านั้น!

เรื่องการขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกของโปรเมนั้นไม่ใช่เรื่องที่สื่อหรือแฟนกอล์ฟทั่วโลก “มโน” กันไปเอง เนื่องจาก แอลพีจีเอ ในฐานะทัวร์หลักของวงการกอล์ฟหญิงได้ออกข่าวตั้งแต่ก่อนแข่งรายการ ช็อปไรต์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ไม่ว่าอย่างไรเสีย โคก็จะเสียมือ 1 ของโลกอย่างแน่นอน ส่วนใครจะขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลงานของ รยู โซ-ยอน โปรสาวมือ 3 ของโลกชาวเกาหลีใต้ซึ่งลงแข่งรายการช็อปไรต์ขณะที่เมและโคพักการแข่งขัน

ตามเงื่อนไขที่แอลพีจีเอระบุไว้นั้น ถ้าโซ-ยอนไม่ติดอันดับท็อป 3 โปรเมก็จะมีแต้มเบียดแซงโคขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่อย่างแน่นอน และเมื่อโซ-ยอนไม่ผ่านการตัดตัว จึงเข้าเงื่อนไขที่แอลพีจีเอระบุไว้แบบไม่ต้องลุ้นให้เสียเวลา ทุกสื่อทั่วโลกจึงพากันฟันธงว่าโปรเมจะได้ขึ้นมือ 1 โลกแทนโคอย่างแน่นอน

แอลพีจีเอแถลงชี้แจงการคำนวณที่ผิดพลาด
ท่ามกลางความสับสนเรื่องอันดับโลกที่ประกาศใหม่ แอลพีจีเอก็ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเป็นความผิดพลาดของเครื่องมือที่ใช้คำนวณคะแนนโดย WWGR (วีเมนส์ เวิลด์ กอล์ฟ แรงกิ้งส์) ซึ่งการจะทำความเข้าใจข่าวนี้อย่างถ่องแท้ คงต้องไปทำความรู้จักกับระบบการคิดคะแนนของกีฬากอล์ฟอาชีพอย่างลึกซึ้งเสียก่อน

เมื่อเทียบกับหลายๆ ชนิดกีฬา ถือว่าการคิดคะแนนเพื่อจัดอันดับโลกของกอล์ฟนั้นซับซ้อนกว่ามาก อย่างเทนนิสใช้การคำนวณคะแนนวงรอบ 52 สัปดาห์ (1 ปี) หรือว่ากันง่ายๆ คือเทียบผลงานในรอบสัปดาห์เดียวกันของปีนี้กับปีที่แล้ว ถ้าผลงานแย่กว่าเดิมหรือไม่ร่วมแข่งขัน คะแนนก็จะหายไป แต่ถ้าทำได้ดีกว่าเดิม คะแนนก็จะเพิ่มขึ้นมา

หรืออย่างแบดมินตัน จะนำผลงานที่ดีที่สุด 10 รายการในรอบ 52 สัปดาห์มาคิดคะแนนเท่านั้น หมายความว่าในวงรอบ 1 ปี ต่อให้ตกรอบแรกบ่อย แต่ถ้าทำผลงานดีอย่างน้อย 10 รายการ อันดับโลกก็ยังดีอยู่ได้
ส่วนกอล์ฟนั้นแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้ยึดจาก “คะแนนสะสม” เหมือนเทนนิสหรือแบดมินตัน (ที่บวกลบคะแนนตามวงรอบ 52 สัปดาห์ไปเรื่อยๆ) แต่เป็น “คะแนนเฉลี่ย” และใช้วงรอบการคำนวณ 104 สัปดาห์ หรือ 2 ปีแทน

หลักการกว้างๆ คือ นำคะแนนที่ได้จากการแข่งขันทั้งหมดมาหารด้วยจำนวนรายการที่ลงแข่งขันในรอบ 104 สัปดาห์ ซึ่งการคิดคะแนนเฉลี่ยก็เพื่อให้เห็นภาพรวมของผลงาน ไม่ใช่ใครทุ่มแข่งมากๆ ก็จะได้แต้มสะสมเยอะๆ จนนำโด่ง แต่จะให้น้ำหนักผลงานในช่วง 13 สัปดาห์หลังสุดมากกว่าสัปดาห์ที่ย้อนหลังไป

ทั้งนี้ แอลพีจีเอระบุว่า ในรอบ 104 สัปดาห์ ใครแข่งเท่าไรก็หารด้วยจำนวนทัวร์นาเมนต์เท่านั้น ยกเว้นคนที่แข่งน้อยกว่า 35 รายการ ก็ให้ใช้ 35 เป็นตัวหาร เพื่อป้องกันไม่ให้คนแข่งน้อยเกินไปแต่ได้อันดับดี

ในทางตรงข้าม บางครั้งการที่นักกอล์ฟไม่ได้ลงแข่งขันก็อาจกลายเป็นผลดีให้อันดับโลกขยับขึ้นได้ เพราะจำนวนทัวร์นาเมนต์ที่เป็นตัวหารลดน้อยลง คะแนนสะสมก็อาจดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผลงานในช่วง 104 สัปดาห์ที่เอามาคำนวณด้วย

ตัวอย่างชัดเจนจากกรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2015 เมื่อ จอร์แดน สปีธ โปรหนุ่มชาวอเมริกัน ไม่ผ่านการตัดตัวรายการ เดอะ บาร์เคลย์ส จนหล่นจากมือ 1 โลกไปอยู่อันดับ 2 ขณะที่ รอรี่ แม็คอิลรอย โปรดังชาวไอร์แลนด์เหนือซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บกลับขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกอีกครั้ง

ส่วนการคำนวณคะแนนเฉลี่ยนั้น ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนจากการจัดอันดับโลกนักกอล์ฟหญิงล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ลิเดีย โค มีคะแนนสะสม 418.48 คะแนน จากการลงแข่งขัน 50 รายการ หารออกมาแล้วได้ 8.3696 ปัดเศษเป็น 8.37

ขณะที่โปรเมมีคะแนนสะสม 476.38 คะแนน จาก 57 รายการ เฉลี่ยแล้วได้ 8.3575 ปัดเศษเป็น 8.36 หรือก็คือตามโคอยู่ 0.01 คะแนน

ปัญหาที่เกิดกับการคำนวณที่ผิดพลาดของแอลพีจีเอทัวร์หรือ WWGR นั้น เนื่องด้วยตอนคิดเงื่อนไขก่อนแข่งศึกช็อปไรต์ ทางทีมงานไม่ได้ตัดผลงานของช่วงสัปดาห์เดียวกันเมื่อปี 2015 คือรายการ มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ออก ทำให้จำนวนทัวร์นาเมนต์ในวงรอบ 104 สัปดาห์ผิดเพี้ยนไป

แทนที่โคจะแข่ง 50 รายการ ก็กลายเป็น 51 รายการ (เพราะศึกมานูไลฟ์ปี 2015 เกินมา) เช่นเดียวกับโปรเมที่เป็น 58 รายการ แทนที่จะเป็น 57 รายการ พอเอามาหารคะแนนสะสมเลยกลายเป็นว่าโปรเมแซงโคขึ้นไปนั่นเอง

ไหนๆ ก็เอ่ยถึงการคำนวณคะแนนจัดอันดับโลกกีฬากอล์ฟแล้ว พรุ่งนี้จะขอลงลึกในรายละเอียดเรื่องความซับซ้อนของการคิดคะแนนแต่ละทัวร์นาเมนต์กันต่อ

แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้เนื่องด้วยโปรเมขยับเข้าใกล้โคมากเต็มที โอกาสที่จะขึ้นมือ 1 โลกมีสูงหลังจบการแข่งขันมานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่แคนาดา ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ โดยต้องไม่ทำผลงานให้แย่จนเกินไปนัก

ส่วนเงื่อนไขว่าต้องได้อันดับเท่าไรจึงจะขึ้นมือ 1 ของโลกนั้น ถึงตรงนี้คงไม่มีใครกล้าฟันธง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอลพีจีเอที่หน้าแตกเละเทะไปแล้วรอบนึง!

ขอขอบคุณ มติชนออนไลน์