เรือนจำเผย เปรี้ยว เอิร์น แจ้ เริ่มปรับตัวได้ สภาพจิตใจปกติแล้ว

(12 มิ.ย.) นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา แพทย์เข้าตรวจประเมินสภาพจิตใจของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีอาการเครียด โดยผลตรวจออกมาอยู่ในเกณฑ์ปกติส่วนการอยู่ในเรือนจำนั้น ตามระเบียบผู้ต้องขังใหม่ที่ยังไม่ต้องคำพิพากษาของศาล จะให้รับผิดชอบงานที่เป็นเรื่องส่วนตัวของตัวเอง ซึ่ง น.ส.ปรียานุช จะทำความสะอาดบริเวณที่นอนและซักเสื้อผ้าของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าผู้ต้องขังสมัครใจที่จะร่วมทำกิจกรรมอื่นก็สามารถทำได้

อย่างช่วงนี้ ทางเรือนจำมีกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น.ส.กวิตา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ หรือ แจ้ ก็มาขอร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วย ส่วน น.ส.ปรียานุช ยังปรับเวลานอนไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาทำงานกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ คงต้องใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์ และผู้ต้องหาทั้ง 3 คนก็สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ต้องขังรายอื่นได้ดีปู่จีนสุดช้ำน้ำตาไหลพราก ขยันขายผัก เก็บหอมรอมริบเงินได้พันกว่าหยวน เอาไปฝากธนาคาร กลับพบเป็นเงินปลอมทั้งหมด ตำรวจเห็นใจยื่นมือช่วยเหลือสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา คุณปู่แซ่จาง ชาวตำบลเหิงซาน มณฑลอานฮุย นำเงินที่ได้จากการขายผักไปฝากที่ธนาคาร แต่คำบอกของพนักงานทำเอาคุณปู่น้ำตาไหลอาบหน้าทันที “เงินจำนวน 1,500 หยวนของคุณปู่เป็นเงินปลอม”

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปถึงธนาคารที่เกิดเหตุ พนักงานบอกว่า คุณปู่นำเงินปลอมนี้มาฝากกับพวกเขา แต่คุณปู่บอกว่าเงินนี้ได้มาจากการขายผัก เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเงินปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำเงินจำนวนนั้นไปตรวจสอบอีกครั้ง และยืนยันว่าเงินของคุณปู่เป็นเงินปลอมจริงๆเนื่องจากคุณปู่อารมณ์ไม่มั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาตัวกลับไปสถานีตำรวจด้วย จากการซักถามเบื้องต้นทราบว่า คุณปู่อายุ 75 ปี ปลูกและขายผักเลี้ยงชีพ ตื่นแต่เช้ามืดเก็บผักไปขาย แต่ละวันมีคนนำธนบัตรใบละ 100 หยวนมาซื้อผักไป ทำให้คุณปู่ดีใจมีความสุขมากเพราะสามารถเก็บหอมรอบริบนำไปฝากกับธนาคารได้ง่ายกระทั่งครึ่งปีที่ผ่านมาคุณปู่รวบรวมเงินได้จำนวน 1,500 หยวน (ประมาณ 7,500 บาท) จึงอยากนำเงินนี้ไปฝากไว้กับธนาคาร แต่คิดไม่ถึงว่าเงินนี้จะเป็นเงินปลอม ด้วยเหตุนี้ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นใจไม่น้อย จึงได้บอกให้ทางโรงอาหารของสถานีตำรวจช่วยซื้อผักของคุณปู่จางเท่าที่จะซื้อได้ไปทำอาหารขณะเดียวกันก็ติดต่อไปยังหลายหมู่บ้านในเขตพื้นที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเงินปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุหลงกลโดนหลอกเพิ่มขึ้นอีก